บ้านหลังนี้เป็นของใคร

posted on 23 Mar 2010 06:16 by lessons-in-my-life

มีพระอยู่รูปหนึ่งเดินธุดงค์ไปถึงบ้านของช่างปั้นหม้อ

 

บริเวณหน้าบ้านหลังนั้น มีชายอยู่ 2 คนกำลังฉุดกระชากลากถูกไปมาใหญ่ ท่ามกลางสายตาของไทยมุงผู้สอดรู้สอดเห็นนับสิบคู่

 

คนที่ถูกลากก็ตะโกนโวยวายเสียงดังว่า

 

ไม่ไปโว้ย นี่มันบ้านของกู!”

 

ส่วนคนที่ลากก็ตะโกนเสียงดังไม่แพ้กันว่า

 

ไม่ใช่บ้านของมึงโว้ยยยยยย ออกไปซะ!”

 

พระธุดงค์รู้สึกงงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า จึงหันไปถามหนึ่งในไทยมุงว่าเกิดอะไรกัน

 

อ๋อ ไอ้คนที่กำลังโดนดึงออกจากบ้าน เมื่อคืนก่อนมาขออาศัยบ้านเขาอยู่ บอกกับเจ้าของบ้านไว้ดิบดีว่าจะขออยู่คืนเดียว พอเช้าแล้วก็จะไป

 

“…”

 

แต่ที่ไหนได้ พอเช้าปุ๊บ พี่แกก็ทึกทักว่าเป็นบ้านของตัวเอง ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป สุดท้ายเลยต้องใช้กำลังบังคับให้ไปอย่างที่เห็นอยู่นี่แหละ ท่าน

 

ฟังดูงี่เง่าหรือไม่ใช่ ฟังดูงี่เง่ามากๆ แต่หลายๆครั้ง พวกเราก็ทำตัวงี่เง่าไม่ผิดไปจากชายคนที่มาขออาศัยบ้านของช่างปั้นหม้ออยู่

 

พวกเราเองทุกคน แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ดวงจิตที่มาขออาศัยอยู่ในร่างกายของพวกเราเพียงชั่วคราวเท่านั้น พอถึงเวลา เราก็ต้องคืนร่างกายของเรากลับสู่ธรรมชาติทั้งหมด

 

ถามว่าพวกเรารู้กฎข้อนี้กันไหม รู้แน่นอน แต่พวกเราก็ยังกลัวตายกันอยู่ดี

 

อย่ากลัวตายเลย ไหนๆก็จะต้องตายกันทุกคนอยู่แล้ว จะกลัวไปทำไม

 

คิดอย่างนี้สิ

 

ระหว่างบ้านหลังเก่าๆโทรมๆที่มีอายุเป็นสิบเป็นร้อยปี กับบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จสดๆร้อนๆ พวกเราเลือกอยู่บ้านหลังไหน

 

เชื่อได้เลยว่าคนส่วนใหญ่เลือกบ้านหลังใหม่ เพราะบ้านหลังใหม่มันทั้งสวย ทั้งแข็งแรง ผิดกับบ้านหลังเก่าที่โทรมๆผุๆพังๆ เดี๋ยวก็ต้องซ่อมนู่นซ่อมนี่อยู่เรื่อยๆ

 

เวลาเราตายก็เหมือนกัน เราไม่ได้ตายจริงๆหรอก เราแค่กำลังย้ายบ้านไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเท่านั้น

 

รู้อย่างนี้แล้ว พวกเราจะกลัวตายกันทำไม...เราควรจะดีใจเสียอีกนะ

Comment

Comment:

Tweet