ของขวัญจากลวดสีเลือด

posted on 16 Mar 2010 10:01 by lessons-in-my-life

กาล ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายอยู่คนหนึ่ง เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวที่แสนจะวิเศษ ทำงานอยู่ในองค์กรที่เข้มแข็ง มีรายได้ต่อเดือนเป็นล้านบาทไทย แต่จู่ๆ ราวกับโชคชะตาเล่นตลก เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร คนทั่วโลกเป็นล้านๆคนต้องตกงาน และหนึ่งในนั้นก็คือชายผู้นี้ รายได้ที่เคยได้รับเดือนละเป็นล้านหายไปวับไปกับตากลายเป็นศูนย์ เขากลายเป็นคนที่ว่างงานอีกครั้งหนึ่ง

 

แต่ เขาก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าเขาจะโดนไล่ออก แต่เขาก็เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองว่าคนอย่างเขาต้องมีงานรออยู่แน่นอน ด้วยความเชื่อมั่นที่มีอยู่นี้ ทำให้เขาออกจากบ้านทันทีในวันต่อมา (ถึงแม้ว่าจะพึ่งโดนไล่ออกเมื่อวานหยกๆ) เขาออกไปไล่กรอกใบสมัครแล้วส่งให้ทุกบริษัทที่เขารู้จัก แต่ไม่มีบริษัทไหนยอมรับเขาเลย เพราะเงินเดือนที่เขากรอกไว้มันเยอะเกินไปในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่

 

เขา ทำเช่นนี้อยู่ไม่เท่าไหร่ ก็ยอมลดเงินเดือนที่กรอกไว้ในใบสมัครเหลือเพียงแค่ครึ่งล้าน และก็ตื่นนอนแต่เช้า ออกเดินทางไปฟังคำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ทุกๆวัน นี่คือกิจวัตรประจำวันของชายผู้นี้ เขาเดินทางไปสัมภาษณ์เพื่อที่จะโดนปฏิเสธ

 

จาก วันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี

 

เงิน เก็บที่เขาสะสมได้มาเริ่มร่อยหรอเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เงินเหล่านั้นก็หมดลง เขาต้องขายรถเพื่อตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของน้ำมันและนำเอาเงินที่ได้จากการ ขายรถมาใช้เป็นทุนต่อชีวิตของตนเองและครอบครัว

 

เขา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถหางานทำได้โดยเร็ว ก่อนที่เขาและครอบครัวจะลำบากไปมากกว่านี้ เขาจึงตัดสินใจลดเงินเดือนที่กรอกในใบสมัครงานเหลือเพียงแค่แสนสองแสน

 

คิด ดูสิครับ จากคนที่เคยทำงานได้เงินเดือนเป็นล้าน ตอนนี้ เขาอยู่ในสภาพจนตรอกถึงขนาดต้องยอมลดเงินเดือนตัวเองเหลือเพียงแค่สองแสน บ้านเท่านั้น

 

แต่ เขาก็ยังกลายเป็นคนตกงาน เพื่อนๆและลูกน้องของเขาหลายๆคนที่เคยโดนไล่ออกมาด้วยกันตอนนี้หางานทำกัน ได้หมดแล้ว จะเหลือก็เพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงต้องเดินไปฟังคำปฏิเสธอยู่ทุก วัน (เพราะขายรถไปแล้ว) สถานการณ์มันช่างน่าท้อแท้ชวนให้คิดสั้นจริงๆ

 

แต่ เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ความเป็นคนหัวดื้อของเขาช่วยให้เขายังคงมีชีวิตอยู่ เขาตัดสินใจสู้ต่อไป เขาขายบ้านหลังใหญ่ที่อยู่มานานเป็นสิบปี แล้วเอาเงินมาต่อชีวิตให้ยาวขึ้นอีกนิด ความเชื่อมั่นในตัวของเขาว่าเขาต้องประสบความสำเร็จแน่นอนไม่ได้จางหายไปแม้ แต่นิดเดียว

 

เขาดำเนินกิจวัตร ประจำวันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง รองเท้าคู่ชีพที่เขาใส่ไปประจัญบานกับคำปฏิเสธเป็นปีๆก็เกิดอาการ ปาก อ้า ขึ้น เดินไปทางไหน ก็มีแต่คนมองเต็มไปหมด เพียงแต่สายตาที่มองเขาในเวลานี้ ต่างกับสายตาที่เคยมองเขาในช่วงที่เขายังมีงานทำอยู่ลิบลับ

 

เขา ทำได้เพียงแค่อดทนเดินต่อไป สายตามุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้หลบสายตาของผู้คนที่มองมา นี่กระมังคือสาเหตุที่ทำให้เขาลืมมองพื้นจนเหยียบลงบนลวดเข้า และเจ้าลวดนั้นก็ดูเหมือนจะกลัวว่าเขาจะละเลยที่เหยียบมัน มันจึงแทงลึกเข้าไปในเท้าของชายคนนี้จนทำเอาเขาเดินต่อไปไม่ได้

 

เขา ทรุดตัวลงนั่งตรงนั้นและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร พระเจ้ากำลังแกล้งเขาอยู่หรือ ทำไมเขาจึงต้องเป็นอย่างนี้ เขาพยายามยิ่งกว่าคนอื่นไม่รู้กี่เท่า เป็นระยะนานเป็นปีๆ แต่ทำไมความพยายามของเขาจึงไม่มีผลลัพธ์ใดๆเลย หรือว่าพระเจ้าต้องการที่จะฆ่าให้เขาตายอย่างทรมานที่สุดเท่าที่มนุษย์คน หนึ่งจะทรมานได้อย่างนั้นหรือ

 

เขา ร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานแสนนาน เขาร้องจนเบื่อที่จะร้อง เขามองไปที่เท้าของเขาที่เลือดยังคงไหลไม่ขาดสาย เขารวบรวมแรงที่มีอยู่ดึงลวดเส้นนั้นออกมาจากเท้า แล้วมองดูอย่างเคียดแค้น ก็ในเมื่อแกตำเท้าของฉันได้ ฉันก็ต้องเอาแกไปใช้ประโยชน์ให้ได้ ฉันจะไม่มีวันยอมให้แกตำเท้าของฉันฟรีๆแน่นอน!

 

เขา นั่งคิดนอนคิดอยู่ตรงนั้นนานเป็นชั่วโมงจนสุดท้ายเขาก็คิดออกว่าจะใช้ ประโยชน์จากลวดเส้นนั้นอย่างไร เขารีบวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในสภาพเป๋ๆของเขาไปยังบริษัทแห่ง หนึ่งที่เขารู้จักและเสนอขายความคิดของเขาที่มีกับลวดเส้นนั้น ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเขามหาศาลเสียจนชนิดที่ว่าต่อให้ถึงรุ่นหลานของเขาก็ ยังใช้ไม่หมดด้วยซ้ำ!

 

คง อยากจะรู้ใช่ไหมละครับว่าชายผู้นั้นคิดประดิษฐ์อะไรจากลวดเส้นนั้น คำตอบคือรูปที่อยู่ด้านล่างนี้ไงละครับ

 

 

edit @ 16 Mar 2010 10:03:19 by krutcher

Comment

Comment:

Tweet